Taking too long? Close loading screen.
skip to Main Content
เตรียมตัวก้าวเข้าสู่วัยทองยังไงโดยไม่ต้องใช้ฮอร์โมน

ผู้หญิงวัยทอง(MENOPAUSE) เป็นวัยของผู้หญิงที่มีอายุในช่วง 40-59 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างวัยเจริญพันธุ์และวัยผู้สูงอายุ เป็นวัยที่ความสามารถในการผลิตฮอร์โมนเพศลดน้อยลงเนื่องจากรังไข่หยุดทำงานซึ่งทำให้สิ้นสุดการมีประจำเดือนอย่างถาวรจนเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอารมณ์และจิตใจ ได้แก่ อาการทางด้านร่างกาย เช่น กระดูกบางและเปราะง่าย ผิวพรรณแห้งขาดความเต่งตึง เส้นผมหยาบแห้งและบางลง อ้วนลงพุง ช่องคลอดแห้ง เจ็บปวดระคายเคืองระหว่างมีเพศสัมพันธ์ มดลูกและช่องคลอดหย่อนยาน ปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นไม่อยู่ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกชุ่มโชก นอนไม่หลับ เป็นต้น อาการทางด้านจิตใจ เช่น ซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย ขี้ใจน้อย สมาธิสั้นหลงลืมง่าย ขาดความมั่นใจ ไม่อยากเข้าสังคม และยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆได้มากขึ้น เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น

ทั้งนี้ก่อนที่จะเข้าสู่วัยทองจะมีช่วงเวลาที่เกิดอาการก่อนที่จะหมดประจำเดือนประมาณ 5 ปี ซึ่งเรียกว่า ระยะก่อนหมดประจำเดือน (perimenopause) เป็นระยะเริ่มของการหมดประจำเดือนทำให้สตรีมีประจำเดือนมาผิดปกติ ร่วมกับมีอาการทางร่างกาย เช่น ร้อนวูบวาบ มึนศีรษะ อ่อนเพลีย อารมณ์จะแปรปรวน ซึ่งระยะนี้จะเกิดประมาณ 2-3 ปีจนกระทั่งเมื่อรังไข่หยุดทำงาน ไม่มีการผลิตไข่และฮอร์โมนเพศหญิงคือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนอย่างต่อเนื่องนาน 12 เดือนจึงเรียกได้ว่าเป็นวัยหมดประจำเดือนโดยธรรมชาติ หรือวัยทองอย่างสมบูรณ์ซึ่งอายุโดยเฉลี่ยของผู้หญิงวัยนี้จะอยู่ที่ประมาณ 50 ปี

การดูแลร่างกายควรเริ่มตั้งแต่วัยก่อนหมดประจำเดือน

วิธีที่ดีที่สุดในการดูแลตัวเองของผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนคือต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมตั้งแต่อายุ 40 ปี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การนอน การออกกำลังกาย การฝึกจิตและสมาธิ หรือการตรวจสุขภาพตามกำหนด เพื่อดูระดับฮอร์โมนและป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้นในวัยนี้ ส่วนผู้ที่มีอาการมากจนรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวันนั้น แนะนำว่าควรมาพบแพทย์เพื่อประเมินวิธีการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายๆไป โดยทั่วไปมีวิธีการดังนี้

  • การปรับสมดุลของฮอร์โมนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะในร่างกายคนเรามีฮอร์โมนหลายชนิดที่ทำงานร่วมกัน ฮอร์โมนเพศก็เช่นกันยังมีตัวช่วยสนับสนุนกันและกันไม่ให้ลดลงจนผิดปกติ ซึ่งถ้าเราสามารถทำให้ทุกตัวเกิดความสมดุลกันได้ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป จากการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ การใช้ฮอร์โมนทดแทนและสารอาหารตามธรรมชาติอย่างพอเหมาะก็จะช่วยให้อาการต่างๆลดลงหรือแทบไม่มีอาการเลย
  • สารอาหารทดแทนฮอร์โมนจากธรรมชาติ ปัจจุบันนี้มีทางเลือกคือการใช้สารอาหารตามธรรมชาติที่เรียกว่า phytoestrogens ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างและคุณสมบัติใกล้เคียงกับฮอร์โมนเอสโตรเจนแต่พบในพืชหลายชนิด เช่น ถั่วเหลือง ชะเอม แบล็คโคฮอช และเรดโคลฟเวอร์ เป็นต้น ซึ่งการใช้อาจเริ่มต้นจากปริมาณที่น้อยๆ หรืออาจพิจารณาเป็นรายๆไปตามระดับของฮอร์โมนและอาการเป็นสำคัญ
  • การรับประทานอาหาร การดูแลสุขภาพผู้หญิงวัยทองยังต้องการปริมาณสารอาหารที่จำเป็น ควรเน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมแบบไขมันต่ำหรือปราศจากไขมัน และผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส รับประทานปลาตัวเล็กที่รับประทานพร้อมกระดูก ผัก ผลไม้และธัญพืชต่างๆ และดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร ถ้าไม่สามารถรับประทานอาหารได้อย่างพียงพอก็สามารถทำได้ โดยการเสริมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินดี วิตามินบี และวิตามินอี เป็นต้น โดยควรเข้ารับการตรวจระดับวิตามินและเกลือแร่ในร่างกายก่อน เพื่อให้ทราบว่าร่างกายขาดวิตามินและแร่ธาตุอะไรเป็นจำนวนมากน้อยแค่ไหน จากนั้นจะได้จัดทำสูตรอาหารเสริมที่ปรุงขึ้นโดยเฉพาะบุคคลเพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอกับร่างกาย ของเรา
  • การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วัน หรือวันละ 30 นาทีต่อเนื่องกัน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้าง growth hormone และหลั่งสารเอนโดฟินทำให้ร่าเริง เน้นการออกกำลังกายในระดับน้อย-ปานกลาง เช่น เดินเร็ว วิ่ง เต้นรำ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เป็นต้น
  • การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ควรเข้านอนตรงเวลาทุกวัน ปิดไฟให้สนิทและเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม หากมีอาการนอนไม่หลับ ควรออกกำลังกายเป็นประจำโดยหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอน หรืออาจให้รับประทานฮอร์โมนเมลาโทนินร่วมด้วย
  • ตรวจสุขภาพประจำปี ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเมื่อถึงวัย 40 ปีโดยเฉพาะผู้ที่มีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ โดยแนะนำให้ตรวจดูระดับของฮอร์โมนร่วมด้วย
  • ทำจิตใจให้สบาย ฝึกจิตให้สงบ พยายามควบคุมอารมณ์ในเบื้องต้น อย่าเหวี่ยงเพราะจะส่งผลต่อสุขภาพจิตทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้าง
×Close search
Search